ภราดา ดร. บัญชา แสงหิรัญ : "อัสสัมชัญ" สร้างนักธุรกิจป้อนสู่ตลาดสากล


 

     ด้วยวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์เริ่มแรกของ มหาวิทยาลัย ที่ต้องการที่จะมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพพร้อมออกสู่ตลาดแรงงานที่ไม่ใช่เพียงภาพในประเทศนั้น ทำให้ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติที่ประสบความสำเร็จและเป็นผู้นำด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่ต่างชาติให้การยอมรับเป็นอย่างดี

     ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยา-ลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย นักบุญหลุยส์ มารี เดอร์มงฟอร์ต ในปัจจุบัน และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีการปรับตัวและมุ่งเน้นผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพออกไปสู่ตลาดได้อย่างไร รวมทั้งได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการแข่งขันในภาคธุรกิจที่นับวันยิ่งจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นนั้น เป็นคำตอบและวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจทีเดียว

     หลักสูตรสำคัญการเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นสำคัญที่สุด ต้องเป็นหลักสูตรของระบบนานาชาติ เด็กของเราที่จบจากที่นี่ต้องไปต่อที่ต่างประเทศได้ ซึ่งเด็กของเราก็เข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัยระดับท็อปเท็นของโลก เช่น มหาวิทยาลัยฮาว์เวิร์ด แสตนด์ฟอร์ด เคมบริดจ์ หรืออีกหลายๆ ที่ ทุกปีต้องมีนักศึกษาเข้าไปเรียนที่นั่นได้ทุกปี ตรงนี้ก็เป็นตัวพิสูจน์ให้เห็น หรือในเรื่องของการทำงานด้วย ส่วนมากนักศึกษาที่จบออกไปของเราก็ทำงานอยู่ในบริษัทข้ามชาติอย่างเช่น ในประเทศสิงคโปร์ เด็กของเราก็ไปอยู่ที่นั่นเยอะทีเดียวหรือแม้แต่อเมริกา ก็เป็นเรื่องของคอมพิวเตอร์ ยกตัวอย่างเป็นต้น

      แล้ววิธีการสอนของเราสอนล่ะอย่างไร? หนึ่ง คือเราพยายามเอ็กโพสเค้า ให้เขาได้รับมากที่สุด เราสอนเรื่องวัฒนธรรมต่างๆ ให้เขาเข้าใจว่าวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร และมันต่างกันอย่างไร ให้เขารู้เขารู้เรา รู้เราแต่ไม่รู้เขาเราก็ไปไหนไม่ได้ สองต้องรู้จักเปิดหูเปิดตา เปิดอย่างไร? จะเห็นได้ว่าทุกอย่างในมหาวิทยาลัยของเราเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลทั้งหมด เวลานี้เรามีอาจารย์ 40 กว่าชาติ นักศึกษามีทั้งหมด 85 ชาติ 2 หมื่นคน หรือไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่เราต้องสามารถเทียบกับต่างชาติได้ เราต้องไม่อายใคร ตัวอย่างเช่น เรามีอินเตอร์เนชั่นแนล อินเฟอร์เร้น อยู่บ่อยๆ เอาเขาเข้ามาทำในนี้ ของเราเราก็ส่งเด็กออกไปเพียงแต่ตรงนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เราจะพยายามส่งเด็กออกไปในทุกครั้งที่มีโอกาส 

      เราใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารทั้งในการเรียนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนและอีกอย่างหลักสูตรของเราไม่เหมือนกับใครถึงแม้จะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษเหมือนกันก็ตามทีแต่ของเราไม่เหมือนที่อื่น ทุกโปรแกรมจะต้องเป็น Management Base หมายความว่า มีการบริหารจัดการ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของทุกหลักสูตรในเอแบค ตัวอย่างเช่น เรียนพยาบาล คุณต้องเรียนบริหารจัดการไปด้วยไม่ใช่แค่เรียนพยาบาล ถามว่าทำไมเราถึงทำแบบนี้? ก็เพื่อว่า เมื่อนักศึกษาจบออกไป เขาจะไปเป็นลูกจ้างก็ได้ หรือจะไปประกอบธุรกิจเป็นของตัวเองก็ได้ ตามแต่สาขาวิชานั้นๆ ที่ได้เรียนมา ไม่ชอบก็ต้องเรียนเพราะเราบังคับ ทุกอย่างที่เราทำ เราไม่ได้ทำให้เกิดขึ้นเพราะว่ามันเป็นเทรนด์ แต่มันเกิดขึ้นโดยการดีไซน์ ของเรามาตั้งแต่ต้น

      ที่นี้ในแง่ของการแข่งขันการเรียนวิชาการจัดการอย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องรู้จักความเป็น “ผู้นำ” การรู้จัก อินโนเวชั่น นี่สำคัญ ซึ่งสำหรับเรา อินโนเวชั่นอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการ รีอินโนเวชั่น ด้วย เพราะอะไร? นวัตกรรมอะไรก็ตามที่ออกมาใหม่ๆ เวลาผ่านไปสักพักก็เก่าแล้ว ฉะนั้น ก็ต้องรีโนเวตใหม่ ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่สามารถต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาได้ อย่าลืมว่าในโลกเรามีอะไรใหม่ๆ เกิดขั้นมาอยู่ตลอดเวลา

     ปัจจุบันนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีนักศึกษาจากประเทศจีนมากที่สุด ถามว่าเพราะอะไร เหตุผลแรกเลย ต่างชาติที่เข้ามาในไทยที่ต้องการเข้าเรียนในสถาบัน ที่สอนภาษาอังกฤษ เขาจะไปที่ไหน? เขาก็ต้องมองหาสถาบันที่สอนด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งไทยประเทศไทยก็มีอยู่ไม่กี่แห่ง อันที่สอง ทูตจากประเทศจีน เขาจะเป็นคนไปบอก อย่าลืมว่าเวลาเราเดินทางไปประเทศหนึ่งๆ สถานที่แรกที่เราจะขอความช่วยเหลือหรือขอข้อมูลก็คือสถานทูต

      อันที่สองจีนเป็นประเทศใหญ่ และเราก็ไม่ต้องการให้เด็กมาจากที่เดียว เราต้องการ ให้มาจากทุกๆ มณฑล เราจึงต้องส่งคนของเราออกไปเพื่อทำความรู้จักและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยของเรา ก่อนหน้านี้เราก็เคยให้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ กับรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของประเทศจีน เพราะฉะนั้นเขาจะรู้จักและสามารถบอกคนอื่นได้ว่าของเราเป็นอย่างไร เพราะเขาเคยมาดูของเราแล้ว และพ่อแม่เด็กของบางคนไม่มั่นใจ อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้โลกมันเปิด ประเทศจีนกับไทยอยู่ใกล้กัน เขาก็มาเที่ยวและเขาก็มาดู และ

      บริษัทท่องเที่ยวเขาไม่รู้จะพาลูกทัวร์ไปไหนก่อนขึ้นเครื่อง เขาก็พาลูกทัวร์มาดูเอแบค เพราะสถานที่เราสวยงาม เขาเห็นเขาก็ทึ่งเขาบอกไม่นึกเลยว่าจะมีมหาวิทยาลัยอย่างนี้ในประเทศไทย

     และเหตุผลอีกอย่างคือ เรื่องของค่าใช้จ่ายและความเป็นอยู่ ที่ถ้าหากนักศึกษาต่างชาติต้องการที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ค่าใช้จ่ายเมื่อมาเรียนกับไทยนั้น มีราคาถูกกว่าที่จะไปเรียนประเทศอื่น รวมถึงประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ สงบ สะดวกสบาย นักศึกษาจีนและนักศึกษาต่างชาติจากประเทศต่างๆ จึงเลือกมาเรียนที่นี่ และที่สำคัญสิ่งที่จะได้กลับไปคือ เน็ตเวิร์คหรือคอนเน็คชั่นต่างๆ ที่ดีและเยอะเพราะอย่าลืมว่านักศึกษาของเอแบคนั้นมีพ่อค้าเยอะมาก เยอะกว่าที่อื่น 

     ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งแรกที่ตั้งใจออกแบบสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น เรามีหลักสูตรที่ไม่ใช่หลักสูตรธรรมดาเราไม่เหมือนของคนอื่นแต่เป็นหลักสูตรที่ฝังอยู่ในตัวของตัวเองซึ่งเด็กที่จบออกไปนั้นสามารถเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการได้เลยเพราะเราได้สอนวิชาการบริการจัดการให้เขาไปแล้วในตัวโดยธรรมชาติของหลักสูตรของเรา     ขณะนี้โลกของเรามันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก เขาเรียกว่า โกลเบอลไร้ท์ เซชั่น ซึ่งแปลได้หลายอย่าง อาจจะแปลว่าครอบครัวเดียวกันก็ได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว อาจจะหมายถึงการเชื่องโยงไปในทุกๆ พื้นที่ในโลกนี้ โดยโลกของเราทุกวันนี้การเคลื่อนตัวก็ไว การติดต่อก็เร็ว หรือการเดินทางก็สะดวกมาก หรือถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรสักอย่างที่อีกซีกโลกหนึ่ง มันจะส่งผลกระทบไปที่อีกซีกโลกหนึ่งเสมอ     เพราะฉะนั้นกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงของโลกมันไวมากกับคำถามที่ว่าเราจะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกไปยังไงเราก็ตอบได้ว่าเราจะทำให้บัณฑิตของเราออกไปเป็น “พลเมืองโลก” อยู่ที่ไหนเราต้องไปได้หมดไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของโลกก็ตาม

 

แหล่งที่มา : ASEAN COMMERCE (Issue 01 September 2010) หน้า 17-19

Women's Fashion